วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน 3D

การบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน 3D

โดย  ทิติภา  กรองใจ

           ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายแม่บทที่เปิดมิติใหม่ในการจัดการศึกษาที่ท้าทายจนถือได้ว่าเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้ก้าวสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างเข้มแข็ง โดยเน้นความสำคัญที่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้วิธีเรียนรู้อย่างกว้างขวางตลอดชีวิตในรูปแบบที่หลากหลาย มีคุณภาพและประสิทธิภาพ (สนอง ศิริกุลวัฒนา, 2546, หน้า 8)
           จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวครั้งใหญ่ของครู อาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา เพราะการศึกษาของประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปโดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดและความแตกต่างของผู้เรียน การฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุคใช้เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้เรียนและผู้สอนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  .. 2542 มาตรา 25 ได้กำหนดบทบาทรัฐให้การส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ โดยส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ จึงกล่าวได้ว่าห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและสนองต่อการปฏิรูปการศึกษา เพราะห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีการจัดประสบการณ์ทั้งมวลให้แก่เด็กตามการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ด้วยการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปสู่การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (ชูศักรวิชญ์ แสนปัญญา, 2546, หน้า 42-43)
           ห้องสมุดถือเป็นแหล่งความรู้ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมากและยังเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่ครูอาจารย์ผู้สอนและนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามาค้นคว้าหาความรู้ทุกแขนงวิชาที่มีการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษานั้นฯ ห้องสมุดเป็นสถานที่ซึ่งทุกคนจะเลือกอ่านหนังสือและค้นคว้าหาความรู้ได้โดยอิสระตามความสนใจของแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดพอใจที่จะอ่านหนังสือต่างๆ โดยไม่รู้จักจบสิ้นจนทำให้มีความรู้กว้างไกล ทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยให้ผู้ใช้มีนิสัยรักการอ่าน รู้จักการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ให้ทุกคนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดรับรู้ด้วยตนเอง รับรู้ในสมบัติสาธารณะ รู้จักใช้และระวังรักษาอย่างถูกต้อง ห้องสมุดโรงเรียนจึงเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญยิ่ง สมัยนี้การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวหาเพียงพอไม่ นักเรียนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง เพื่อให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดทันเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จึงจะรู้จักแก้ปัญหาของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543, หน้า 45)
              ห้องสมุดจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากห้องสมุดเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ จึงสรุปได้ว่าห้องสมุดมีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เป็นแหล่งสำหรับศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการโดยตรงและเป็นการส่งเสริมนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้ สถานศึกษาทุกแห่งจึงควรดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน
           และองค์ประกอบที่ทำให้งานห้องสมุดประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังได้ ได้แก่          1) ผู้บริหารสนับสนุน ถ้าผู้บริหารเห็นความสำคัญของห้องสมุดก็ย่อมส่งผลให้การดำเนินงานของห้องสมุดเป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จตามวัตถุประสงค์ หากผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ บรรณารักษ์จะต้องใช้เทคนิควิธีการ หาทางชี้แจงให้ผู้บริหารได้รับทราบข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาสร้างสรรค์งานบริการให้เป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ซึ่งจะส่งผลให้เห็นความสำคัญและจะได้รับการสนับสนุนในที่สุด 2)       มีบุคลากรเพียงพอ มีคุณภาพ สามารถปฏิบัติงานห้องสมุดได้เต็มเวลาและทุ่มเทให้การทำงานเต็มกำลังความสามารถ บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ เช่น ด้วยการศึกษาเพิ่มเติม รับการอบรม ศึกษาดูงานห้องสมุดอื่น และมีการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน 3) มีงบประมาณเพียงพอ สำหรับการดำเนินงาน
           ผู้เขียนเห็นว่านั่นเป็นเหตุผลสำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานห้องสมุดเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้และยังส่งผลให้ห้องสมุดผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ สมศ. เพราะเท่าที่ได้อ่านจากรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของหลายๆ สถานศึกษาจะมีข้อเสนอแนะคล้ายๆ กัน เช่น รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในปีการศึกษา 2554 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการผู้ประเมินได้ให้ข้อข้อเสนอแนะภาพรวมว่า ควรจัดให้มีบรรณารักษ์ดูแลงานห้องสมุดโดยตรง และจัดกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิตต่างๆ เช่น จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน รักการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งที่เป็นภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และสื่อเทคโนโลยี ในห้องสมุดควรจัดบริการห้องสมุดภาพ/เสียง เพื่อให้นักเรียนสามารถเติมเต็มความรู้ให้เต็มที่ มีคอมพิวเตอร์บริการให้มากขึ้น (วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี, 2555, หน้า 12) ซึ่งเป็นจุดที่ควรพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับการประเมินคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในมาตรฐานที่ 11 สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาเต็มศักยภาพ เพราะผลจากการประเมินปรากฏว่าการดำเนินงานยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรประจำห้องสมุด หนังสือหลักสูตร ทรัพยากรสารนิเทศ หนังสือประกอบการเรียนรู้ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย
           ผู้เขียนจึงขอเสนอกรอบแนวทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี (How to 3Dee Library) เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาต่างๆ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานห้องสมุดให้ได้มาตรฐาน ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, 2552, หน้า 1-12) ได้กล่าวว่า กรอบแนวทางทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี (How to 3Dee Library)  ได้แก่
1.    หนังสือดี มาตรฐานอยู่ที่
               1.1 หนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - เนื้อหามีสาระ ส่งเสริมจินตนาการ คุณธรรม จริยธรรม
                     - ความถูกต้องของข้อมูล เชื่อถือได้ มีการอ้างอิงถูกต้อง
                     - มีภาพและลายเส้นประกอบให้สอดคล้องกับเนื้อหา
                     - ใช้คำที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย
                     - มีรายการบรรณานุกรมที่หอสมุดแห่งชาติออกให้ (CIP)
               1.2 การจัดหาหนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - มีนโยบายการจัดหา
                     - มีคณะกรรมการคัดเลือก
                     - มีคณะกรรมการจัดซื้อ
                     - มีการจัดทำประกาศรายชื่อหนังสือที่จะซื้อ
                     - มีมุมแนะนำหนังสือดี
                     - มีการหมุนเวียนหนังสือเรื่อยๆ
                     - มีการจัดทำฐานข้อมูลหนังสือ
                    - มีการสนับสนุนสื่ออิเล็กทรอนิกส์
           2.  บรรยากาศดี มาตรฐานอยู่ที่
               2.1 บรรยากาศภายในห้องสมุดดี ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - บรรยากาศทั่วไปดี เช่น สะอาด โล่ง โปร่ง สบาย แสงสว่างเพียงพอ
                       ต้นไม้ร่มรื่น
                     - การจัดพื้นที่ทำให้น่าสนใจ เช่น มีมุมหนังสือที่หลากหลาย ไม่มีมุมอับ
                       เฟอร์นิเจอร์สบาย ป้ายบอกทางชัดเจน
                     - การจัดส่วนส่วนการวางหนังสือ เช่น จัดวางหนังสืออย่างเหมาะสม
                       เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก
               2.2 บรรยากาศภายนอกห้องสมุดดี ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - สถานที่เป็นเอกเทศ
                     - ชุมชนเข้าถึงสะดวก
                     - มีสิ่งอำนวยความสะดวก
                     - อาคารน่าสนใจดึงดูดผู้ใช้บริการ เช่น ใช้สี
                     - พื้นที่ไม่คับแคบ จัดสัดส่วนให้เหมาะต่อการใช้บริการ
                     - ไม่มี dead zone พื้นที่ปรับได้ตามการใช้งาน
           3. บรรณารักษ์ดี มาตรฐานอยู่ที่
               3.1 บรรณารักษ์มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการห้องสมุด
                     - มีทักษะในการปฏิบัติงานในห้องสมุดดี เช่น ด้านไอที ด้านการบริการ
                       ด้านการจัดกิจกรรม
               3.2 บรรณารักษ์มีความเป็นมืออาชีพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - มีกระบวนการและขั้นตอนในการทำงานในห้องสมุด
                     - เป็นนักจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง
                     - บริหารจัดการความรู้ในรูปแบบใหม่
                     - เป็นนักคิด นักพัฒนา และนักวางแผนในการใช้ไอทีเพื่อการปฏิบัติงาน
                     - เป็นผู้ประสานเครือข่าย
                     - เป็นผู้นำด้านบริการใหม่ๆ
                    - มีความภูมิใจในอาชีพ
               3.3 บรรณารักษ์มีจิตบริการ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
                     - มีทัศนคติเชิงบวก
                     - ติดตามและปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ตลอด
                     - มีความคิดสร้างสรรค์
                     - บุคลิกภาพดี และมีความสุขในการทำงาน
           จะเห็นว่างานบริการเป็นงานสำคัญที่เปรียบได้กับหัวใจของห้องสมุด มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้รับความสะดวกและได้ใช้ทรัพยากรสารนิเทศที่มีภายในห้องสมุดได้อย่างเต็มที่โดยใช้องค์ประกอบและปัจจัยต่างๆ อย่างเหมาะสม ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดต้องให้ความสำคัญรวมทั้งคำนึงถึงเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางขั้นตอนในการปฏิบัติ จึงจะจัดบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นห้องสมุดมีชีวิตที่ผู้ใช้มีความพึงพอใจและมีความสุขในการใช้บริการ และการให้บริการของห้องสมุดถือเป็นภาพลักษณ์ของสถานศึกษาและเป็นการประชาสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เป็นอย่างดี
           จากที่กล่าวมาข้างต้น มาตรฐานของห้องสมุด 3 ดี น่าจะเป็นกรอบที่ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานห้องสมุดสามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้สู่มาตรฐาน ซึ่งหัวใจในการดำเนินกิจกรรมของห้องสมุดให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ดีนั้นจะต้องได้ บรรณารักษ์มืออาชีพมาเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของห้องสมุด และที่เป็นเสาหลักในการบริหารงานห้องสมุดก็คือมี     ”ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ” มาเป็นผู้บริหารจัดการห้องสมุดโรงเรียนจึงจะถือได้ว่าครบองค์ประกอบของการบริหารงานห้องสมุดโรงเรียน



บรรณานุกรม
.
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (2543). ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชูศักรวิชญ์ แสนปัญญา. (2546, กันยายน). แหล่งการเรียนรู้ที่ผู้บริหารไม่ควรลืมในการปฏิรูปการศึกษา, วิชาการ. 6, 2546, 42-43.
นาฏศิลปสุพรรณบุรี, วิทยาลัย. (2555). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ระดับพื้นฐานวิชาชีพ ประจำรอบปีการศึกษา 2554. สุพรรณบุรี. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม.
ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สำนักงาน. (2552). กรอบแนวทางการดำเนินงาน ห้องสมุดสามดี”. กรุงเทพฯ: ร้านรังษีการพิมพ์.
สนอง ศิริกุลวัฒนา. (2546). รวมกฎหมายการศึกษา. กรุงเทพฯ: คุณพินอักษร.

,

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น