การบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน 3D
โดย ทิติภา กรองใจ
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายแม่บทที่เปิดมิติใหม่ในการจัดการศึกษาที่ท้าทายจนถือได้ว่าเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ
โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ
การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้ก้าวสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างเข้มแข็ง
โดยเน้นความสำคัญที่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้วิธีเรียนรู้อย่างกว้างขวางตลอดชีวิตในรูปแบบที่หลากหลาย
มีคุณภาพและประสิทธิภาพ (สนอง ศิริกุลวัฒนา, 2546, หน้า 8)
จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว
ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวครั้งใหญ่ของครู อาจารย์
และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา
เพราะการศึกษาของประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปโดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ
ความถนัดและความแตกต่างของผู้เรียน การฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ
การเผชิญสถานการณ์และการประยุคใช้เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน
อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
ทั้งนี้ผู้เรียนและผู้สอนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 25 ได้กำหนดบทบาทรัฐให้การส่งเสริมแหล่งเรียนรู้
โดยส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
จึงกล่าวได้ว่าห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและสนองต่อการปฏิรูปการศึกษา
เพราะห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีการจัดประสบการณ์ทั้งมวลให้แก่เด็กตามการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ
ด้วยการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปสู่การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น
รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (ชูศักรวิชญ์
แสนปัญญา, 2546, หน้า 42-43)
ห้องสมุดถือเป็นแหล่งความรู้ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมากและยังเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่ครูอาจารย์ผู้สอนและนักเรียน
นิสิต นักศึกษา
เข้ามาค้นคว้าหาความรู้ทุกแขนงวิชาที่มีการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษานั้นฯ ห้องสมุดเป็นสถานที่ซึ่งทุกคนจะเลือกอ่านหนังสือและค้นคว้าหาความรู้ได้โดยอิสระตามความสนใจของแต่ละบุคคล
ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดพอใจที่จะอ่านหนังสือต่างๆ โดยไม่รู้จักจบสิ้นจนทำให้มีความรู้กว้างไกล
ทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยให้ผู้ใช้มีนิสัยรักการอ่าน รู้จักการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
ให้ทุกคนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
และช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดรับรู้ด้วยตนเอง รับรู้ในสมบัติสาธารณะ
รู้จักใช้และระวังรักษาอย่างถูกต้อง
ห้องสมุดโรงเรียนจึงเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญยิ่ง สมัยนี้การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวหาเพียงพอไม่
นักเรียนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง
เพื่อให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดทันเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
จึงจะรู้จักแก้ปัญหาของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543, หน้า 45)
ห้องสมุดจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
เนื่องจากห้องสมุดเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ จึงสรุปได้ว่าห้องสมุดมีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เป็นแหล่งสำหรับศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการโดยตรงและเป็นการส่งเสริมนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
12 ปี ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้
สถานศึกษาทุกแห่งจึงควรดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน
และองค์ประกอบที่ทำให้งานห้องสมุดประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังได้
ได้แก่ 1) ผู้บริหารสนับสนุน
ถ้าผู้บริหารเห็นความสำคัญของห้องสมุดก็ย่อมส่งผลให้การดำเนินงานของห้องสมุดเป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จตามวัตถุประสงค์
หากผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ บรรณารักษ์จะต้องใช้เทคนิควิธีการ
หาทางชี้แจงให้ผู้บริหารได้รับทราบข้อมูลต่างๆ
รวมทั้งการพัฒนาสร้างสรรค์งานบริการให้เป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ซึ่งจะส่งผลให้เห็นความสำคัญและจะได้รับการสนับสนุนในที่สุด
2) มีบุคลากรเพียงพอ มีคุณภาพ
สามารถปฏิบัติงานห้องสมุดได้เต็มเวลาและทุ่มเทให้การทำงานเต็มกำลังความสามารถ
บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ
เช่น ด้วยการศึกษาเพิ่มเติม รับการอบรม ศึกษาดูงานห้องสมุดอื่น และมีการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
3) มีงบประมาณเพียงพอ สำหรับการดำเนินงาน
ผู้เขียนเห็นว่านั่นเป็นเหตุผลสำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานห้องสมุดเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้และยังส่งผลให้ห้องสมุดผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ
สมศ. เพราะเท่าที่ได้อ่านจากรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของหลายๆ
สถานศึกษาจะมีข้อเสนอแนะคล้ายๆ กัน เช่น รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในปีการศึกษา
2554 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการผู้ประเมินได้ให้ข้อข้อเสนอแนะภาพรวมว่า
ควรจัดให้มีบรรณารักษ์ดูแลงานห้องสมุดโดยตรง และจัดกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิตต่างๆ
เช่น จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน รักการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
ทั้งที่เป็นภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และสื่อเทคโนโลยี
ในห้องสมุดควรจัดบริการห้องสมุดภาพ/เสียง
เพื่อให้นักเรียนสามารถเติมเต็มความรู้ให้เต็มที่ มีคอมพิวเตอร์บริการให้มากขึ้น (วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี, 2555, หน้า 12) ซึ่งเป็นจุดที่ควรพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับการประเมินคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในมาตรฐานที่ 11
สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาเต็มศักยภาพ เพราะผลจากการประเมินปรากฏว่าการดำเนินงานยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรประจำห้องสมุด หนังสือหลักสูตร
ทรัพยากรสารนิเทศ หนังสือประกอบการเรียนรู้ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ผู้เขียนจึงขอเสนอกรอบแนวทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี
(How
to 3Dee Library) เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาต่างๆ
และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานห้องสมุดให้ได้มาตรฐาน
ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ
กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย,
2552, หน้า 1-12) ได้กล่าวว่า กรอบแนวทางทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี
(How to 3Dee Library) ได้แก่
1.
หนังสือดี มาตรฐานอยู่ที่
1.1
หนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
-
เนื้อหามีสาระ ส่งเสริมจินตนาการ คุณธรรม จริยธรรม
- ความถูกต้องของข้อมูล
เชื่อถือได้ มีการอ้างอิงถูกต้อง
-
มีภาพและลายเส้นประกอบให้สอดคล้องกับเนื้อหา
- ใช้คำที่อ่านง่าย
เข้าใจง่าย
-
มีรายการบรรณานุกรมที่หอสมุดแห่งชาติออกให้ (CIP)
1.2
การจัดหาหนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีนโยบายการจัดหา
- มีคณะกรรมการคัดเลือก
- มีคณะกรรมการจัดซื้อ
-
มีการจัดทำประกาศรายชื่อหนังสือที่จะซื้อ
- มีมุมแนะนำหนังสือดี
-
มีการหมุนเวียนหนังสือเรื่อยๆ
-
มีการจัดทำฐานข้อมูลหนังสือ
-
มีการสนับสนุนสื่ออิเล็กทรอนิกส์
2. บรรยากาศดี มาตรฐานอยู่ที่
2.1 บรรยากาศภายในห้องสมุดดี
ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
-
บรรยากาศทั่วไปดี เช่น สะอาด โล่ง โปร่ง สบาย แสงสว่างเพียงพอ
ต้นไม้ร่มรื่น
-
การจัดพื้นที่ทำให้น่าสนใจ เช่น มีมุมหนังสือที่หลากหลาย ไม่มีมุมอับ
เฟอร์นิเจอร์สบาย
ป้ายบอกทางชัดเจน
-
การจัดส่วนส่วนการวางหนังสือ เช่น จัดวางหนังสืออย่างเหมาะสม
เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก
2.2
บรรยากาศภายนอกห้องสมุดดี ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
-
สถานที่เป็นเอกเทศ
- ชุมชนเข้าถึงสะดวก
- มีสิ่งอำนวยความสะดวก
-
อาคารน่าสนใจดึงดูดผู้ใช้บริการ เช่น ใช้สี
- พื้นที่ไม่คับแคบ
จัดสัดส่วนให้เหมาะต่อการใช้บริการ
- ไม่มี dead
zone พื้นที่ปรับได้ตามการใช้งาน
3. บรรณารักษ์ดี มาตรฐานอยู่ที่
3.1
บรรณารักษ์มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
-
มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการห้องสมุด
-
มีทักษะในการปฏิบัติงานในห้องสมุดดี เช่น ด้านไอที ด้านการบริการ
ด้านการจัดกิจกรรม
3.2
บรรณารักษ์มีความเป็นมืออาชีพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีกระบวนการและขั้นตอนในการทำงานในห้องสมุด
-
เป็นนักจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง
-
บริหารจัดการความรู้ในรูปแบบใหม่
- เป็นนักคิด นักพัฒนา
และนักวางแผนในการใช้ไอทีเพื่อการปฏิบัติงาน
- เป็นผู้ประสานเครือข่าย
- เป็นผู้นำด้านบริการใหม่ๆ
-
มีความภูมิใจในอาชีพ
3.3
บรรณารักษ์มีจิตบริการ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีทัศนคติเชิงบวก
-
ติดตามและปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ตลอด
- มีความคิดสร้างสรรค์
- บุคลิกภาพดี
และมีความสุขในการทำงาน
จะเห็นว่างานบริการเป็นงานสำคัญที่เปรียบได้กับหัวใจของห้องสมุด
มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้รับความสะดวกและได้ใช้ทรัพยากรสารนิเทศที่มีภายในห้องสมุดได้อย่างเต็มที่โดยใช้องค์ประกอบและปัจจัยต่างๆ
อย่างเหมาะสม ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดต้องให้ความสำคัญรวมทั้งคำนึงถึงเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางขั้นตอนในการปฏิบัติ
จึงจะจัดบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นห้องสมุดมีชีวิตที่ผู้ใช้มีความพึงพอใจและมีความสุขในการใช้บริการ
และการให้บริการของห้องสมุดถือเป็นภาพลักษณ์ของสถานศึกษาและเป็นการประชาสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เป็นอย่างดี
จากที่กล่าวมาข้างต้น มาตรฐานของห้องสมุด
3 ดี น่าจะเป็นกรอบที่ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานห้องสมุดสามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้สู่มาตรฐาน
ซึ่งหัวใจในการดำเนินกิจกรรมของห้องสมุดให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ดีนั้นจะต้องได้
“บรรณารักษ์มืออาชีพ” มาเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ
ของห้องสมุด และที่เป็นเสาหลักในการบริหารงานห้องสมุดก็คือมี ”ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ”
มาเป็นผู้บริหารจัดการห้องสมุดโรงเรียนจึงจะถือได้ว่าครบองค์ประกอบของการบริหารงานห้องสมุดโรงเรียน
บรรณานุกรม
.
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ,
สำนักงาน. (2543). ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชูศักรวิชญ์
แสนปัญญา. (2546, กันยายน). “แหล่งการเรียนรู้ที่ผู้บริหารไม่ควรลืมในการปฏิรูปการศึกษา,” วิชาการ. 6, 2546, 42-43.
นาฏศิลปสุพรรณบุรี, วิทยาลัย. (2555).
รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ระดับพื้นฐานวิชาชีพ ประจำรอบปีการศึกษา 2554. สุพรรณบุรี. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม.
ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สำนักงาน. (2552). กรอบแนวทางการดำเนินงาน ”ห้องสมุดสามดี”.
กรุงเทพฯ: ร้านรังษีการพิมพ์.
สนอง ศิริกุลวัฒนา. (2546). รวมกฎหมายการศึกษา. กรุงเทพฯ: คุณพินอักษร.
,